2006/Sep/02

.

.

เป็นเวลานานแล้ว ที่ผมเป็นคนที่คอยยืนอยู่หลังฉาก

.

.

สวมบทบาทเป็นเงาในกลุ่มมาตลอด

.

.

ตั้งแต่อยู่ใน Project N สมัยยังอยู่ NZ

.

.

ผมไม่ค่อยได้ออกถนนไปสร้างชื่อเท่าไร

.

.

ไม่ได้ออกไปเดินกร่างเพื่อ Represent กลุ่ม

.

.

แค่อยู่ที่บ้านพี่Ritคอยเป็นที่ปรึกษาของเขา

.

.

เป็นSkillที่ได้รับการTrainโดยตรงมาจากพี่ Kiki

.

.

เพื่อให้ผมเป็นที่ปรึกษาของพี่Ritที่ได้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพี่Kiki

.

.

ใช้เวลาที่อยู่ที่นั่นในการทำหน้าที่นี้ให้กับพี่Ritมาตลอด

.

.

และก็ได้คอยให้คำปรึกษากับน้องๆเวลามีปัญหาหนักใจ

.

.

ได้นั่งคิด ได้ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้พวกเขามาตลอด

.

.

คอยเป็นเงาให้พี่แก... แต่ก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญมากในกลุ่ม

.

.

ได้รับความไว้วางใจจนจะได้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา

.

.

แต่ผมก็ทำให้พี่Rit ผิดหวัง... เป็นครั้งแรกและคงเป็นครั้งสุดท้าย

.

.

เพราะว่าผมกลับมาเมืองไทยด้วยเหตุจำเป็น

.

.

ให้ไอ้ Jade เพื่อนรักของผมทำหน้าที่แทนผมต่อไป

.

.

แต่ถึงจะกลับมาแล้วเมื่อมีปัญหาพี่Ritก็จะติดต่อผมตลอด

.

.

ตัวตนของผมไม่เคยจืดจางลงไปที่นั่น

.

.

การเป็นที่ปรึกษาเป็นมรดกที่ผมภูมิใจกับมันที่สุด

.

.

เพราะเป็นบทบาทของผมที่นั่นมาตลอดและทำให้ผมมีตัวตน

.

.

ทำให้ผมเป็น Somebody มีคนรู้จักผมมากมายที่นั่น

.

.

แต่ที่ไทยมันกลับต่างออกไป.....

.

.

ในกลุ่มเพื่อนๆผมที่ MUIC

.

.

ผมก็ยังเป็นเหมือนเงาของกลุ่มเหมือนเดิม

.

.

ที่ไม่ค่อยได้สร้างสีสันอะไร ไม่ค่อยแสดงออกเท่าไร

.

.

ที่ต่างกันก็คือบทบาท ความสำคัญของผมมันน้อยลงไปเรื่อยๆ

.

.

มีค่าแค่ในเวลาที่เพื่อนๆนอยด์ มีปัญหาต่างๆที่ปวดหัว

.

.

เวลามีปัญหาเพื่อนๆมันจะโทรมา ไม่ก็จะมานั่งคุยกับผมในห้อง108

.

.

ซึ่งก่อนปิดเทอมที่ผ่านมา มีเพื่อนๆมาปรึกษาปัญหาต่างๆเยอะมาก

.

.

จนผมเอาโต๊ะ เบาะและกาน้ำชามาเตรียมไว้ให้เลย

.

.

เพราะผมจะใช้เวลาคุยปรึกษากันนาน อย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมง

.

.

เพื่อหาทางออกสำหรับปัญหา ปัญหาเดียว

.

.

ผมจะไม่มักง่ายพูดว่า "อย่าคิดมาก เดี๋ยวดีเอง"

.

.

จะไม่พูดแค่ให้สบายใจ มันเป็นการทำหน้าที่ที่ไม่สมบูรณ์

.

.

ทำหน้าที่ให้เต็มที่ ให้คุ้มค่าแรง ถึงจะเรียกว่า มืออาชีพ

.

.

ให้สมกับที่เขาไว้วางใจมาปรึกษาเรา เราก็ต้องนั่งคิดจริงๆจังๆ

.

.

การเป็นที่ปรึกษาคือการหาทางออก ไม่ใช่ทำให้รู้สึกดีขึ้น

.

.

ผมจะค่อยๆถามให้คนที่มาปรึกษาคิดไตร่ตรองในปัญหาของเขา

.

.

ให้เขาทำความเข้าใจในสิ่งนั้น ให้คิดถึงผลที่จะตามมา ดี ร้าย

.

.

ให้ทำความเข้าใจถึงเหตุผลที่ก่อให้เกิดปัญหา

.

.

หาทางออกหลายๆทางที่เป็นไปได้ ให้เขาเลือก

.

.

ให้เขาชั่งน้ำหนักในการตัดสินใจ เพื่อให้เขาเลือกทางออก

.

.

ที่เหมาะสม ที่ชั่งน้ำหนักผลดีผลร้ายแล้วออกมาดีที่สุด

.

.

ถึงแม้ปกติจะใช้เวลานาน ราวๆชั่วโมง2ชั่วโมงในการคุย

.

.

แต่ผมก็ไม่รู้สึกเบื่อกับมัน หรือขี้เกียจในการทำหน้าที่นี้

.

.

ทำให้มันคุ้มกับความไว้วางใจที่เขาให้เราเป็นที่ปรึกษาของเขา

.

.

ทำให้เขาคิด ได้พบทางออกที่เหมาะสมกับตัวของเขาเอง

.

.

ผมทำหน้าที่นี้อย่างจริงจัง และพร้อมเสมอที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไป

.

.

แต่ว่าในช่วงนี้ ความสำคัญของผมมันน้อยลงไปกว่าเมื่อก่อน

.

.

ยามเช้า แสงสว่างเจิดจ้า

.

.

เงามืดก็จะค่อยๆจางหายลงไปเรื่อยๆ

.

.

ปิดเทอมนี้ ดูท่าทางทุกคนจะสนุกกันสุดเหวี่ยงเต็มที่

.

.

คนโทรมาปรึกษาก็ค่อยๆลดลง จนตอนนี้ไม่เหลืออีกแล้ว

.

.

ตัวตนในเมืองไทยของผมมันจืดจางกว่าสมัยอยู่ NZ เยอะ

.

.

จะมีค่าแค่ให้คนโทรมาในเวลามีปัญหา เวลาธรรมดาก็ไม่มีอะไร

.

.

ผมมีค่าแค่นั้นหรือ ???

.

.

ผมโดนความสว่าง ความเฮฮา บดบังหายไปหมด

.

.

เหลือแค่ไม่กี่คนในกลุ่มที่ยังมองเห็นเงาจางๆนี้

.

.

คำพูดของผมในเวลานี้แทบจะไม่เหลือคุณค่า

.

.

แทบไม่มีคนสนใจจะรับฟัง

.

.

แม้แต่ในการประชุมจริงๆจังๆของ Studen Affair Commitee

.

.

คำพูดของผมที่ผมนั่งเงียบใช้เวลาคิดออกมา

.

.

เจอกลบด้วย ไอเดียโจ๊กๆ ติงต๊องๆ ไม่มีคนสนใจฟังผม

.

.

เวลาทำอะไรผมจริงจังกับมันเสมอ... ทำอะไรไม่เคยทำเล่นๆ

.

.

จะขำก็ขำได้ จะรั่วก็รั่วได้ ถ้าไม่มีไรต้องคิด ไม่มีไรต้องทำ

.

.

เหมือนเมื่อก่อนสมัยเพิ่งเข้ามหาลัย ผมรั่วจะตาย

.

.

แต่งานชิ้นใหญ่ที่จะต้องเตรียม กลับไม่มีคนสนใจ

.

.

หลายๆคนเอาแต่นั่งขำกัน ไม่ได้คิดถึงหน้าที่ที่แบกอยู่

.

.

สิ่งที่ผมใช้เวลาคิดออกมา มันมีค่าสู้มุขๆนึงไม่ได้หรือ

.

.

ตัวตนผมจางลงไปถึงขนาดนี้แล้วหรือ

.

.

ช่างหัวมัน ไม่คิดจะไปขอร้องให้ใครกลับมาเห็น

.

.

ยังไงก็ตามถ้ายังมีคนเห็นผมอยู่ ผมก็พร้อมจะอยู่กับพวกเขา

.

.

จะคอย Support อยู่เงียบๆเวลาที่มีปัญหา

.

.

จะนั่งรับฟัง ปรึกษาปัญหาเวลาที่นอยด์

.

.

จะเฮฮาด้วยในเวลาที่มีความสุข

.

.

จะใช้เวลากับกลุ่มคนที่เห็นคุณค่าของผม

.

.

กลุ่มคนที่ไม่ปล่อยให้เงานี้จางหายไป

.

.

.

.

.

.

. "มีเพื่อนแท้คนเดียว ดีกว่ามีเพื่อนเที่ยวเป็นล้านคน"

.

.

. "การที่เราจะคบใครไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือแฟน

. ควรเป็นเพราะว่าเราเห็นคุณค่าของตัวตนของเขา

.ถ้าคุณไม่เห็นคุณค่าของผม ก็ไปซะ ไปไกลๆส้นตีน"

.

.

.

.

.

.

. ps1. พี่Kiki พี่Rit ไอ้Jadeเพื่อนรัก ผมยอมรับกับทุกอย่างในตอนนี้

.ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดไรมาก เดี๋ยวเราก็คงได้พบกันเร็วๆนี้ :)

.

. ps2. เมื่อวานนั่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้... เปรียบเทียบกับสมัยก่อน

. คุณค่าของผมมันดูแตกต่างกันมากเหลือเกิน.....

. ถ้ายังอยู่โน่นก็คงจะไม่รู้สึกแปลกๆอย่างนี้ล่ะมั้ง

.

. ps3. ไม่ได้นอยด์นะ ยังไงถ้าไม่ฟังก็ช่างหัวมัน ทำไมต้องไปลดคุณค่า

. ของตัวเองด้วยการไปขอร้องให้พวกมันมารับฟังล่ะ เราตั้งใจทำงาน

. ตั้งใจคิด ถ้าไม่รับฟังก็ปล่อยให้มันเป็นไป ขอให้โชคดี

.

. ps4. เวลามีปัญหาก็โทรมากันจัง... เวลามีความสุขก็หายหัว

.ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ยังพอติดต่อมาหาผมบ้างนะ

.ขอบคุณที่เข้าใจว่าผมไม่ใช่คนที่ชอบโทรหาใครบ่อยๆ

.

. ps5. ทำอะไรทำจริงจังอย่าทำเล่นๆ ทำให้เต็มที่ ให้มันคุ้มค่าแรง

. นั่นคือการทำงานของมืออาชีพ

.

. ps6. ช่วงนี้เขียนเกี่ยวกับเรื่องของผมซะมาก... คงจะเบื่อๆกัน

.เดี๋ยว Entry หน้าจะพยายามเขียนอะไรที่มันให้สาระครับ

.

.

ว่าแล้วก็ขอลงรูปเก่าๆหน่อย

P'Kiki พี่ใหญ่ที่สอนสิ่งต่างๆให้ผมมามากมายนับไม่ถ้วน

P'Rit ที่ช่วยเลี้ยงผมมาตั้งแต่ไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย

จาก Nobody จนได้เป็น Somebody ที่ Dunedin..

กับไอ้ Brad ตัวแสบปีศาจขี้เมา ที่จะไปเผาโบสถ์เกาหลี

หลังจากซัดเบียร์ไป เกือบโหล

Jade เพื่อนรัก ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันตลอด

ตัวผมเอง สมัยยังอยู่ที่โน่น

เวลาชิลล์ๆ ไม่มีไรทำ

Party กับพี่น้องชาวต่างชาติ

ผมกับพี่ริท... ชิลล์ๆกันในบ้าน

ไอ้เจดนั่งชิลล์ พี่ริทเตรียมอาหารเที่ยง

.

.

.

if you think you are a shadow,

you shall fade in the light...

but i don't think you are that kind to be dimmed easily

.

. ขอบคุณพี่ Book มากสำหรับคำชมนี้ ผมซึ้งใจมาก

. ที่พี่ยังเห็นคุณค่าในบทบาทและความคิดของผม

. ผมจะเป็นคอยเป็นเงาให้พี่ตลอดไป

.

.

.

.

. Feel เพลง Entry นี้ขอยกให้ "King of Convenience - Homesick"


edit @ 2006/09/02 09:50:26

Comment

Comment:

Tweet


what are these left-overs emo to burn ?
u let down ur self 'n overdo ur pride
,whaca get is nothing but a priceless chunk of living proteins

there's alwayz a purpose of u as apart of the environment, but if u act as a downer not a spectacle is gonna improve or 'll get even worse.
#12 by 13K At 2006-09-10 16:15,
ก็มีช่วงนึงนะ
เพื่อนเรามีปัญหาคล้ายๆยังงี้แหละ
แต่เพื่อนคนนั้นก็ไม่ได้เศร้าอะไรมากมาย คนนั้นบอกกับเราและตัวเองว่า
"เพื่อน...ก็เหมือนส้วม"
ใจเยนๆน๊า
มีความรู้สึกแบบนี้บ่อย ๆ
รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสายลม
ยามร้อน ทุกคนก็ต้องการให้มีลมพัดผ่าน
แต่ยามหนาว พัดเพียงเบา ๆ พอชื่นใจ ให้เขารับรู้ว่ายังมีเราอยู่ข้าง ๆ เสมอ

พี่ชอบเป็นเงา
พี่ชอบที่จะยืนอยู่ข้างหลัง
พี่ชอบที่จะฟังเรื่องราวที่เขาจะเอ่ยขึ้นมาเอง
พี่ไม่สนใจ แม้ใครจะไม่เห็นพี่

ทุกคนมีความสำคัญ
ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง
ถ้าใครจะไม่เห็นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ถ้าตัวเราไม่เห็นสิแปลก

การไม่มีเรื่องทุกข์ใจ คือข่าวดี

#10 by ข้าวปุ้น At 2006-09-04 11:14,
ดีจังนะค่ะที่คอยช่วยเหลือเพื่อนๆ
รู้สึกว่าตัวโบว์เองเด็กมากเลยอ่ะ โบว์นะ ถ้าวันไหนไม่ได้เจอเพื่อนๆก็ต้องโทรคุยกัน ถ้าไม่เจอกันแล้วมันไม่โทรมา
เป็นอันต้องน้อยใจ ก็คนมันขี้เหงาขี้น้อยใจนี่นา
#9 by Mayal3ow At 2006-09-04 05:15,
goody : ไม่ได้เหงาหรอกค้าบ ชิลล์ๆ

เจ๊หน่า : ขอบคุณคร้าบ เดี๋ยวผมฝากไอ้เจดซื้อมาให้ Cookie Time

พี่มุก : ครับ ยังไงผมก็จะเป็นตัวของผมรักษาคุณค่าของตัวเองไว้แบบนี้

พี่นัท : แหม่ ขอบคุณคับพี่นัท คิดถึงพี่เหมือนกัน ไม่ได้คุยกันนานแล้วนะ

Peachy : ไม่ได้น้อยใจ๊~ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนา.. แค่บ่นๆเกี่ยวกับหลายๆคนที่ผ่านเข้ามาแล้วหายไปเฉยๆ..บางครั้งก็แอบรำคาญ เพราะคิดว่าเป็นเพื่อนถึงพยายามช่วย..แต่พอปัญหาหายไปก็หายหัว... ก็ตั้งใจว่าช่างมันแล้ว ถ้ามันจะกลับมาก็กลับมา จะไปก็ไป

ก็เข้าใจว่าสังคมที่นี่มันใหญ่ ทุกคนมีสังคมของตัวเอง..ไม่เหมือนที่นั่น ที่ทุกคนไม่มีอะไรเลย แล้วมาเกาะกลุ่มรวมด้วยกันใช้ชีวิตเหมือนครอบครัว ...มันก็ช่วยไม่ได้อะนะในจุดนี้...

เราภูมิใจในตัวตนของเรานะ...ไม่อยากไปลดค่าของตัวเองด้วยการไปขอความรักความสนใจจากคนอื่นๆ...อยู่ปกติๆกับเพื่อนๆที่เรารักและรักเราดีกว่าในห้อง 108 :D

แต่เราก็ภูมิใจในบทบาทอย่างนี้ ก็มั่นใจว่าPeachyกับเพื่อนๆอีกหลายคนก็ยังเห็นบทบาทนี้ของชินในกลุ่มอยู่ ก็ขอบคุณมาก ได้ยินจากPeachyรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
#8 by Shinalodon At 2006-09-03 12:27,
อารายๆ............มาทำเป็นขี้น้อยใจไม่เข้าท่า
มีเพื่อนอีกตั้งหลายคนที่เค้าแคร์และเป็นห่วงแก...
มาเล่นลงblogพูดแบบนี้...เพื่อนๆที่เค้ารักชินก็เสียใจแย่อ่ะดิ่

บางที....ความมีตัวตนของเราก็ขึ้นอยู่กับเราจิงๆหละ
ถ้าเรารู้สึกว่าตัวเราเล็กเหลือเกิน...ไม่มีใครรักเลย มันก็อาจจะทำให้เรามองไม่เห็นความห่วงใยอันยิ่งใหญ่ที่หลายๆคนให้มาก็ได้
แต่ถ้าเราภูมิใจในความเป็นเราเสมอ...รักตัวเองเป็น ไม่ลดค่าของตัวเอง
เราจะมองเห็นเองว่า...ยังมมีความรักความห่วงใยอีกมากมายอยู่รอบๆตัวเรา..ที่ได้จากคนที่รักและหวังดีกับเรา
#7 by peachy (202.28.181.10 /10.90.4.229) At 2006-09-03 11:19,
เพิ่งเห็นคอมเมนท์พี่มุก
คิดเหมือนกันเลย

#6 by Na - th (นัท) At 2006-09-02 20:14,
แต่ว่านะน้องชิน ...

ยิ่งแสงสว่างเจิดจ้ามากเท่าไหร่
เงามืดมันก็ยิ่งดำชัดมากขึ้นเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?

เงามืดกับแสงสว่างอยู่ด้วยกันเสมอ

มันไม่จืดจางหรอก


แล้วก็ ... พี่ขอบคุณน้องชินในหลายเรื่องนะคะ ถึงแม้เราจะไม่เคยสนิทกันมาก่อนเลย แต่น้องชินรับฟังและเป็นที่ปรึกษาให้อย่างไม่รังเกียจ

ถ้าน้องชินไม่ได้อ่านใจคนได้ทุกคนล่ะก็
อย่าไปคิดเลยนะ ว่าจะไม่มีใครคิดถึงน้องชิน ทั้งเวลาสุขและทุกข์

อย่างน้อย ... พี่ก็คิดถึงนะ

อ่านแล้วอยากแชร์ความรู้สึกมาครึ่งนึง
เพราะพี่เองก็คงเหมือนน้องชินล่ะมั้ง ?

จะต่างกันตรงที่
ไม่ค่อยมีคนมาปรึกษาเลย

แย่กว่าอีกเนอะ

เพราะงั้น สู้ๆนะคะ
เป็นกำลังใจให้
#5 by Na - th (นัท) At 2006-09-02 20:14,
จริงๆแล้วคิดว่ายิ่งแดดจ้า เงาก็ยิ่งเข้มเสียอีก
การเป็นที่ปรึกษาเป็นงานที่ต้องอดทนนะ... เพราะเวลาคนไม่มีอะไรจะปรึกษาเค้าก็มักจะลืมเราอย่างที่ว่า
แล้วการชิลล์กับความไม่จริงจังก็เป็นเรื่องที่คนไทยถนัดทีเดียว...
คุณค่าของเรา เราเองก็มีส่วนกำหนดด้วยเหมือนกันนะ
#4 by มุก At 2006-09-02 12:32,
เขาเรียกว่า
คอนโซยัลรี
จากเรื่อง god father
#3 by ..ศลิง At 2006-09-02 11:11,


น้องคิดถูกแล้ว ถ้าใครที่เค้าไม่เห็นค่าก็ไปไกล ๆ ส้นตีน

อย่างน้อยคนที่ทำอะไรแล้วรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวตนของตัวเองเนี่ย พี่คนนึงล่ะที่ชื่นชมครับ

ตั้งใจเรียนนะจ้ะ

ปล. I Miss COOKIE TIME
ท่าจะเหงาไม่ใช่น้อย
เหอๆๆๆ
#1 by goody At 2006-09-02 08:04,