2007/Jan/13

อดีต

.

เกือบ2ปีก่อน ผมได้ลาจากเมือง Dunedin ที่รัก

เมืองที่ผมเป็น Somebodyมีเพื่อนๆและคนรู้จักมากมาย

เพื่อมาเข้า MUICอย่างไม่เต็มใจการลาจากเพื่อนๆที่รู้ใจ

ที่เคยผ่านเหตุการณ์ต่างๆกันมาด้วยกันตลอด

ลาจากพี่ๆที่สั่งสอนอะไรต่างๆมากมายให้ผมเป็นผมในตอนนี้

ลาจากสังคมที่ตัวเองเริ่มสร้างขึ้นมาจากศูนย์ สมัยที่ไม่มีใคร

เพื่อกลับมาเรียนต่อในมหาลัยที่ไม่มีคนรู้จักสักคนอยู่เลย

มันออกจะเป็นอะไรที่ลำบากใจมากสำหรับคนอ่อนไหวอย่างผม

(คนที่รู้จักผมอย่าอ้วก ลำบากใจจริงๆนะว้อย)

ผมเป็นคนที่ติดและให้ค่าเพื่อนๆของผมมาก ซึ่งผมก็ไม่อยากอยู่คนเดียว

จึงต้องสร้างสังคมของตัวเองขึ้นมาจากศูนย์อีกครั้ง...

ในเวลานั้นการสร้างเพื่อนใหม่ในเวลาที่ตัวเองไม่มีอะไร

นี่มันดูช่างง่ายดายเหลือเกิน ผ่านไปหนึ่งปีการศึกษา

ผมก็ได้รู้จักรุ่นเดียวกันเกือบทั้งหมดและรุ่นพี่มากมาย

ซึ่งผมเองก็แปลกใจเมื่อมองย้อน

กลับไปตอนวันที่เพิ่งได้ก้าวเท้าเข้ามาในมหาลัยแห่งนี้

และมีความสุขกับมันมาก

.

.

ปัจจุบัน

.

ขณะนี้ผมได้ขึ้นมาเรียนในปีที่ 2 ของ MUIC แล้ว

มีคนรู้จักเยอะ ไปไหนก็มีคนทัก

มีรุ่นน้อง ได้ขึ้นเป็นประธานของ Diving Club

ได้เข้าร่วมวงดนตรีของรุ่นพี่ด้วย

ประมาณว่าสังคมของผมในตอนนี้ก็ใหญ่แล้ว

แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าการสร้างเพื่อนใหม่

นี่มันทำไมช่างเป็นอะไรที่ยากเย็นเหลือเกิน....

ไม่รู้จะคุยอะไรไม่รู้จะถามอะไร ไม่รู้จะทักทายยังไง

ไม่รู้จะแสดงความรู้สึกอะไร ไม่รู้จะคิดอย่างไร

ไม่รู้จะแสดงความเป็นตัวเองออกมายังไง

ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ...เมื่อมองย้อนกลับไป

เราในตอนนี้กับเมื่อก่อนมันต่างกันยังไงหรือ ?

.

อาจจะเป็นไปได้ที่การที่เราไม่มีอะไรเลย

เป็นการบังคับให้เราต้องสร้างมันขึ้นมา

ทำให้เราเข้าหาคนอื่นอย่างช่วยไม่ได้

เหมือนเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งคนที่เข้ามาพร้อมกันก็เป็นเหมือนเรา

ซึ่งทำให้การสร้างความสัมพันธ์นั้นง่ายดาย

เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องการเพื่อนสักคนเหมือนกัน

แต่ในตอนนี้ในเวลาที่มีอะไรพร้อม

ความต้องการที่จะรู้จักคนมันก็ลดลง

ในเมื่อจำนวนที่ต้องการมันก็มีน้อยลงแล้ว

ทำให้เราไม่ได้ Desperate ที่จะหาเพื่อน

เหมือนกับในเวลาในอดีตที่เป็น Nobody

ลองนึกภาพดูดีๆ ตอนนี้ได้แต่ตีหน้าขรึม

ทำงานๆๆ รักษาสิ่งที่ตัวเองมีในตอนนี้เอาไว้

เทียบกับภาพในอดีต ที่วันๆมีแต่รอยยิ้มที่มอบให้คนอื่น

เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์และพยายามเต็มที่

เพื่อที่จะทำความรู้จักกันให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะเป็นเพื่อนกัน

.

.

อืมม... จริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่เริ่มต้นด้วย

ส่งยิ้มให้แล้วก็พูดว่า Nice to meet you :)

.

.

ps.ไร้สาระแฮะวันนี้ :D

ps2. Nice to meet you guys :)

Comment

Comment:

Tweet


สู้สู้ ต่อไปนะค่ะชอบพวกพี่มากค่ะ
#14 by นุ๊กนิ๊กค่ะ (222.123.64.13) At 2007-10-08 08:29,
ก็ขอให้มีความสุขกับการทำงานมากๆๆนะค่
#13 by มัจจุราชหน้าลื้ม (222.123.64.13) At 2007-10-08 08:28,
Nice to meet u
#12 by nnn (61.19.41.187 /61.19.41.186) At 2007-08-02 11:21,
Nice to meet u
#11 by nnn (61.19.41.187 /61.19.41.186) At 2007-08-02 11:20,
Nice to meet u
#10 by nnn (61.19.41.187 /61.19.41.186) At 2007-08-02 11:20,
Nice to meet u too.
หง่ะ ทำไมเขียนได้ตรงใจแบบนี้
เพราะโบว์ซิ่วจะไปเรียนที่ใหม่แล้ว
แง จะต้องไปเจอผู้คนมากมายที่ไม่รู้จัก
จะต้องจากเพื่อนๆที่เรารักที่ใช้เวลารู้จักกันมาตั้ง 2 ปี แง แง แง
#9 by Mayal3ow At 2007-01-29 07:18,
ไม่ไร้สาระนะ
มันก็อาจจะจริงที่ว่าเมื่อเราไม่ได้ต้องการใคร เราก็ไม่คิดจะเข้าไปสุงสิงกับใคร
มันยากจริงๆนะ หาเพื่อนสักคนเนี่ย
#8 by มุก At 2007-01-21 18:57,
=w= ซึ้ง~~
#7 by ♕ Sinsters? At 2007-01-19 17:01,
ทำไมต้องตีหน้าขรึม??
การที่ต้องรักษาสิ่งที่ตัวเองมีเอาไว้น่ะดี
แต่เราว่าไม่ว่าเมื่อไหร่เราก้อยิ้มได้เสมอ ร่าเริงได้เสมอ
ทั้งกับเพื่อนรักที่ต้องรักษาเอาไว้ และกับคนแปลกหน้าที่จะมาเป็นเพื่อใหม่ในอนาคต
เหมือนที่ครั้งหนึ่งเราเคยยิ้มให้เธอ และตอนนี้เราก้อยังยิ้มให้เธออยู่
#6 by peachy (202.28.181.10 /10.90.4.249) At 2007-01-17 08:13,
Nice to meet you too!!

เห็นด้วยนะ การสร้างเพื่อนใหม่มันยากเย็นเนอะ ต้องใช้เวลานาน
nice to meet you too mate!
#4 by goody At 2007-01-13 20:09,
Nice to miss you guys :)
#3 by fuxsuxlux At 2007-01-13 03:13,
เศร้าอมซึ๊ง..นึ่งขนมจีบซาลาเปาได้เลย
#2 by หนูกริช (58.9.131.74) At 2007-01-13 00:30,
Nice to meet you too.

#1 by cadenzato At 2007-01-13 00:29,